บาดเจ็บจากการเล่นกีฬา-cover
เรื่องราวน่ารู้

บาดเจ็บจากการเล่นกีฬา เรื่องใหญ่ที่ไม่ควรมองข้าม

อาการ บาดเจ็บจากการเล่นกีฬา เรื่องใหญ่ที่ไม่ควรมองข้าม พร้อม 6 คำแนะนำเพื่อหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บจากกีฬาที่คุณชื่นชอบ

หลายๆ คนที่ชื่นชอบการออกกำลังกายและการการเล่นกีฬาอาจมีปัญหาร่วมอย่างเดียวกันคือมักเกิดอาการ บาดเจ็บจากการเล่นกีฬา ซึ่งอาการที่เกิดขึ้นนั้นมักมีความหลากหลากแต่อาจจะมีจุดร่วมเดียวกันอยู่ที่อาการบาดเจ็บที่เกิดจากกล้ามเนื้อ Fitness Gate ชวนคนรักการออกกำลังกายและเล่นกีฬาทุกคนมารู้เท่าทันปัญหานี้ไปพร้อมๆ กัน เพื่อให้การเล่นกีฬาที่คุณชื่นชอบมีความสุข ไร้ปัญหาอาการบาดเจ็บค่ะ

อาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา-1

อาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาคืออะไร?

คืออาการมักจะพบบ่อยในผู้ที่ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาผิดท่าหรือเกิดอุบัติเหตุระหว่างการฝึกและการเล่น มักจะได้รับบาดเจ็บที่เนื้อเยื่อ ได้แก่

– กล้ามเนื้อ

– พังผืด

– เอ็นกล้ามเนื้อ เอ็นกระดูกและ

– เยื่อหุ้มข้อ

โดยอาการที่เกิดขึ้นไม่มีอาการแตกหักของกระดูกเข้ามาเกี่ยวข้องร่วมด้วย ซึ่งอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นมักเกิดบริเวณคอ ไหล่ ข้อศอก แขนขา สะโพก หัวเข่า ข้อเท้า อุ้งเท้า ซึ่งขึ้นอยู่กับประเภทของกีฬา โดยอาจเกิดอาการแบบเฉียบพลันหรือเรื้อรังได้

อาการและการแสดงอาการ

ผู้ที่เกิดอาการมักมีอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา เช่น ได้รับแรงกระแทก หกล้ม การบิดหรือเคลื่อนไหวร่างกายผิดท่าจนทำให้เกิดอาการปวด บวมหรือฟกช้ำเป็นบางที่จนเคลื่อนไหวร่างกายในส่วนนั้นๆ ได้ยากหรือเคลื่อนไหวไม่ได้เลย อาการอาจเกิดโดยเฉียบพลันและกินระยะเวลายาวนานเรื้อรังหลายวันหรือหลายสัปดาห์

– กรณีที่มีอาการบวดหรือฟกช้ำเกิดขึ้นทันทีจนเคลื่อนไหวร่างกายในส่วนนั้นไม่ได้ อาจเกิดจากกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น หรือหลอดเลือดฉีกขาด เลือดออกในข้อ หรือมีการผิดรูปของร่างกายในส่วนนั้นๆ จนมีเหตุให้สงสัยว่ามีอากากระดูกหัก หากเกิดในกรณีนี้การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยต้องถูกต้องและเป็นไปอย่างระมัดระวังที่สุด และดามอวัยวะนั้นๆ ก่อนได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องต่อไป

– การตรวจภาพจากการฉายรังสี อาจช่วยให้ค้นพบร่องรอยของอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นได้

การรักษาอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา

หากเกิดอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา ช่วง 1-3 วันแรก ให้ปฏิบัติดังนี้

– หยุดพักจากการเล่นกีฬาและกิจกรรมอื่นๆ ที่อาจจะทำให้ได้รับการบาดเจ็บได้ รวมทั้งพยายามไม่ลงน้ำหนักในอวัยวะที่ได้รับการบาดเจ็บ

– ประคบเย็นในบริเวณที่ได้รับบาดเจ็บ  ครั้งละ 15-20 นาที ทุกๆ 2-3 ชั่วโมง

– พันกระชับส่วนที่ได้บาดเจ็บด้วยม้วนผ้ายืดเพื่อป้องกันการเคลื่อนไหวที่ผิดจังหวะ

– ลดอาการบวมด้วยการยกส่วนที่บาดเจ็บให้สูงขึ้น

– พบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจวินิจฉัยหากอาการไม่ทุเลา

– หลีกเลี่ยงอากาศร้อน เพราะความร้อนจะทำให้เลือดหมุนเวียนมากกว่าปกติ

– หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้เกิดการขยายตัวของหลอดเลือดและการหมุนเวียนเลือดที่มากกว่าปกติ

– หลีกเลี่ยงการวิ่งออกกำลังกาย เพราะจะทำให้เพิ่มการหมุนเวียนของเลือด และการรักษาหายช้าลง

– หลีกเลี่ยงการนวด เพราะจะทำให้เกิดการขยายตัวของหลอดเลือดและการหมุนเวียนเลือดที่มากกว่าปกติ และการรักษาช้าลงเช่นกัน

บาดเจ็บ-4

6 วิธีป้องกันอันตรายจากการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา

– วอร์มอัพร่างกายทุกครั้งก่อนเล่นกีฬาหรือออกกำลังกาย

การได้ยืดเหยียดร่างกายก่อนการเล่นกีฬาจะทำให้โลหิตในร่างกายไหลเวียนดี เป็นการเตรียมความพร้อมก่อนการออกกำลังกายและเล่นกีฬาจริงๆ เสมือนเป็นการสตาร์จเครื่องรถยนต์ให้พร้อมออกตัว

– สวมใส่อุปกรณ์กีฬาและเครื่องป้องกัน

สวมใส่รองเท้ากีฬาที่เหมาะกับกีฬานั้นๆ เช่นรองเท้าวิ่ง รองเท้าสตั๊ด รองเท้าปีนผา ฯลฯ การเลือกรองเท้าที่เหมาะสมจะช่วยป้องกันอาการบาดเจ็บจากข้อเท้าแพลง หรือส้นรองช้ำ พร้อมอุปกรณ์ป้องกันอาการบาดเจ็บอื่นๆ เช่น แผ่นรองข้อศอก ถุงมือ สนับเข่า ฯลฯ การใส่อุปกรณ์ป้องกันเหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอาการบาดเจ็บได้

– เตรียมร่างกายให้พร้อม

ก่อนการออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาที่คุณชื่นชอบทุกครั้ง ลองสำรวจตัวเองว่าร่างกายของคุณพร้อมแล้วหรือยังสำหรับการทำกิจกรรมนั้นๆ เพราะแต่ละกิจกรรมมีความหนักเบาไม่เท่ากัน เช่นวันนั้นคุณจะมีการเล่นกีฬาหนักๆ หายใจเยอะๆ ร่วมกับการยกน้ำหนักร่วมด้วย ร่างกายของคุณต้องได้รับการพักผ่อนมาอย่างเพียงพอ รวมทั้งรับประทานอาหารมาอย่างพอดี เพราะต้องใช้ทั้งพละกำลังและสติสัมปชัญญะ ซึ่งหากร่างกายไม่พร้อมอาจมีผลต่อการพลาดพลั้งจนเกิดอาการบาดเจ็บได้ทุกเมื่อ

– ไม่ลืมเรื่องทักษะเฉพาะในการเล่นกีฬานั้นๆ 

การเล่นกีฬามีหลากหลายชนิด เพราะฉะนั้นการเรียนรู้เรื่องทักษะของแต่ละประเภทกีฬาก่อนลงเล่นเป็นสิ่งสำคัญ เช่นคุณอาจจะเจออุบัติเหตุการโดนข้อศอกของฝ่ายตรงข้าม การโดนเหยียบเท้า ฯลฯ ซึ่งเหตุเหล่านี้หากเรามีทักษะของกีฬานั้นๆ ที่มากเพียงพอจะทำให้ช่วยลดอาการขาดเจ็บที่เกิดจากการเล่นกีฬาเหล่านั้นไปได้

– ไม่เล่นกีฬาจนหักโหม

การรู้จักสมรรถภาพของร่างกายตนเองเป็นสิ่งสำคัญ หากคุณมีโรคประจำตัวหรือเกิดอาการบาดเจ็บเรื้อรังอยู่แล้วมาเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายอย่างหักโหมย่อมเป็นเรื่องที่ไม่ดีแน่ ตั้งนั้นเรียนรู้ร่างกายของตัวเอง และมีลิมิตในการเล่นกีฬาจะช่วยให้คุณปลอดภัยจากอาการบาดเจ็บได้ดีเป็นอย่างดี

– รู้จักการคูลดาวน์หลังออกกำลังกาย

หลังจากเล่นกีฬาเสร็จแล้ว การคูลดาวน์ร่างกายเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยสลายกรดแลคติกในร่างกายอันเป็นต้นเหตุของอาการเมื่อยล้า เลือกท่วงท่าในการคูลดาวน์เพื่อให้หัวใจกลับมาเต้นอย่างปกติอีกครั้ง รวมทั้งให้การสูบฉีดเลือดในร่างกายเป็นระบบดังเดิม

บาดเจ็บจากการเล่นกีฬา-2

เตรียมพร้อมก่อนกลับไปเล่นกีฬาอีกครั้ง

เมื่อหายจากอาการบาดเจ็บแล้วคุณควรเตรียมความพร้อมก่อนการเล่นกีฬาที่ชื่นชอบอีกครั้ง ดังนี้

– เสริมสร้างความยืดหยุ่นให้ร่างกาย ทั้งกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่ออ่อนรอบข้อที่ได้รับบาดเจ็บ

– ฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ โดยการฟื้นฟูกล้ามเนื้อทีละน้อยด้วยการออกกำลังกายเบาๆ หรือการใช้น้ำหนักเบาๆ เพื่อกระตุ้นการพัฒนาของมวลกล้ามเนื้อ

– ฝึกความทนทานของกล้ามเนื้อ ซึ่งการฝึกที่เหมาะสมนั้นจะช่วยให้กล้ามเนื้อและข้อต่อสามารถรองรับน้ำหนักที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้เล่นกีฬาได้ดีขึ้นและสามารถป้องกันอาการบาดเจ็บที่อาจจะเกิดซ้ำในบริเวณเดิมได้

 

การเล่นกีฬายทุกประเภทนั้นเป็นผลดีต่อร่างกายทั้งเรื่องของความแข็งแรงและการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมีสุข แต่หากหักโหมหรือเกิดอุบัติเหตุจากการออกกำลังกายขึ้นมานั่นเท่ากับว่าร่างกายของคุณต้องได้รับการฟื้นฟูอย่างถูกต้อง เพราะฉะนั้นก่อนการเล่นกีฬาใดๆ ก็ตามควรระมัดระวังและคำนึงถึงเสมอๆ ว่าอาการบาดเจ็บอาจเกิดได้ทุกเมื่อ เท่านี้คุณก็จะเล่นกีฬาอย่างมีความสุข ห่างไกลจากอาการบาดเจ็บค่ะ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : betterhealth