พักออกกำลังกาย-cover
เรื่องราวน่ารู้

พักออกกำลังกาย เมื่อไหร่ดี? กับ 8 สัญญาณเตือนที่ควรใส่ใจ

พักออกกำลังกาย เมื่อไหร่ดี? กับ 8 สัญญาณเตือนที่ควรใส่ใจ

สำหรับผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำนั้นอาจจะมีประสบการณ์โอเวอร์เทรนนิ่ง หรือการออกกำลังกายที่มากจนเกินไปจากการฝึกที่หนักเป็นเวลาติดต่อกัน ซึ่งสัญญาญเตือนต่างๆ อาจจะมาจากการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อติดต่อกันเป็นเวลานาน การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอเพราะอาการปวดกล้ามเนื้อ ฯลฯ เมื่อสาเหตุต่างๆ ผสมผสานกันจึงกลายเป็นอาการโอเวอร์เทรนนิ่งหรืออาจจะกลายเป็นอาการบาดเจ็บได้ในที่สุด เราจะพามาดู 8 สัญญาณอันตรายที่บ่งบอกว่าคุณควร พักออกกำลังกาย เพราะใช้ร่างกายมากจนเกินไป มีสัญญาณใดบ้างมาเช็กด้วยกันค่ะ

พักออกกำลังกาย-1

1. อัตราการเต้นของหัวใจในช่วงเวลาหยุดพักนั้นมีค่าสูงกว่าปกติ

อัตราการเต้นของหัวใจส่งสัญญาณเตือนถึงความเครียดที่สะสม หากมีอัตราการเต้นหัวใจที่มากกว่าปกตินั้นหมายความว่าร่างกายรับเอาออกซิเจนเข้ามาในร่างกายมากขึ้นเพื่อฟื้นฟูกล้ามเนื้อที่ได้รับบาดเจ็บจากการออกกำลังกายอย่างหนัก โดยให้นับอัตราการเต้นของหัวใจใน 1 นาที หากมีอัตราการเต้นที่มากกว่า 15 ครั้งต่อนาที หรือมากกว่านั้น เป็นไปได้ว่าคุณจะมีอารการโอเวอร์เทรนนิ่ง ดังนั้นควรเช็กอัตราการเต้นของหัวใจจากแอพพลิเคชั่นในมือถือหรือสมาร์ทวอชเป็นประจำเพื่อติดตามความเปลี่ยนเปลง

 

2. เมื่อคุณรู้สึกเหนื่อย

แน่นอนว่าสัญญาณที่บ่งบอกอีกประการหนึ่งว่าคุณนั้นออกกำลังกายหรือฝึกหนักมากจนเกินไปคืออาการเหนื่อยล้า ซึ่งบ่งบอกด้วยอาการนอนไม่หลับหรือมีการนอนที่แปรปรวนไปจากปกติ ซึ่งเป็นไปได้ว่าร่างกายของคุณกำลังปั่นป่วนอยู่กับการฟื้นฟูส่วนที่สึกหรอจากการออกกำลังกายอยู่นั่นเอง เป็นเหตุให้ภูมิคุ้มกันร่างกายลดลง รวมไปถึงกระบวนการรับรู้และความแข็งแรงของร่างกายก็ลดน้อยลงไปด้วย มีคำแนะนำว่าการพักสัก 2 วันเพียงพอต่อการฟื้นฟูร่างกายและปรับสภาวะการนอนที่แปรปรวน แต่หากยังคงรู้สึกเช่นเดิมควรฟังเสียงร่างกายและให้ร่างกายได้พักต่อจนกว่าร่างกายจะเข้าสู่ภาวะปกติ

 

3. เมื่อคุณรู้สึกหงุดหงิดง่าย

การออกกำลังกายแบบโอเวอร์เทรนนิ่งทำให้คุณรู้สุกหงุดหงิดง่ายจากภาวะอารมณ์ที่แปรปรวน สิ่งหนึ่งส่งผบต่อเนื่องจากอาการเหนื่อยล้าและนอนไม่หลับซึ่งทั้งหมดนั้นมีผลโดยตรงต่อฮอร์โมนในร่างกายของคุณ เพราะฉะนั้นการเพิ่มวันพักให้มากขึ้น หรืออาการของความรู้สึกเศร้าสลดหรือท้อใจนั้นได้หมดลง

พักออกกำลังกาย-2

4. คุณเริ่มรู้สึกถึงอาการเจ็บป่วย

การออกกำลังกายโดยปกติจะช่วยเพิ่มและพัฒนาระบบภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย แต่หากมากเกินไปก็เป็นเหตุให้เกิดอาการป่วยไข้ขึ้นได้ ซึ่งระบบของอาการโอเวอร์เทรนนิ่งจะยิ่งช่วยเพิ่มระยะการทำลายของภูมิคุ้มกันกระชั้นขึ้น และเป็นเหตุให้อุณหภูมิของร่างกายนั้นลดต่ำลง

 

5. คุณรู้สึกปวดเมื่อยร่างกายอยู่ตลอดเวลา

การออกกำลังกายโดยทั่วไปโดยเฉพาะผู้ที่เริ่มออกกำลังกายหรือเพิ่งกลับมาออกกำลังกายนั้นย่อมรู้สึกถึงอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อเป็นธรรมดา ซึ่งอาการเหล่านี้จะหายภายใน 24-72 ชั่วโมง แต่หากคุณยังรู้สึกปวดเมื่อยร่างกายอยู่นั่นแปลว่ากล้ามเนื้อของคุณยังไม่ได้รับการฟื้นฟูและควรหยุดพักต่อเนื่อง

 

6. คุณรู้สึกว่าออกกกำลังกายได้ไม่เต็มที่เท่าที่ควร

หากคุณออกกำลังกายเช่นเดิมอย่างที่เคยทำแต่รู้ว่าทำได้ช้าและไม่ดีพอ นั่นเป็นอีกเหตุผลที่มาจากการโอเวอร์เทรนนิ่ง ซึ่งควรได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอ

 

7. คุณไม่ได้รู้สึกว่าแข็งแรงขึ้นเลย

เป็นมั้ยที่ออกกำลังกายมานาน ติดต่อกันหลายๆ วัน แต่ไม่รู้ว่าร่างกายปข็งแรงขึ้นเลย ไม่มีกล้ามเนื้อ หรือซิกแพ็คอย่างที่ตั้งเป้าเอาไว้ นั่นเป็นเหตุผลที่คุณอาจจะเกิดอาการโอเวอร์เทรนนิ่ง ซึ่งทำให้ร่างกายไม่ได้เติบโตหรือพัฒนาแถมยังเกิดการฉีกขาดหรือถูกทำลายของกล้ามเนื้อโดยคุณยังฝืนออกกำลังกายต่อเนื่องและขาดการหยุดพักที่เพียงพอ

 

8. คุณรู้สึกโหยหาวันพักผ่อน

เพราะไม่มีสูตรตายตัวสำหรับวันพักผ่อนที่เหมาะสม ผู้รู้หลายคนจึงแนะนำว่าควรพักเมื่อร่างกายบอกว่าควรหยุด ลองตอบคำถามสามข้อนี้เพื่อวัดว่าถึงเวลาที่คุณควรพักออกกำลังกายแล้วหรือยัง

– คุณนอนหลับยาว 7 ชั่วโมงโดยที่ไม่ตื่นขึ้นมากลางดึกหรือไม่?

– อารมณ์คุณยังดีอยู่หรือเปล่า?

– วันนี้คุณรู้สึกอยากออกกำลังกายหรือเปล่า?

หากคำตอบคือใช่ 2 ใน 3 ข้อ แสดงว่าคุณพร้อมเสียเหงื่อในวันนั้นแล้ว

 

การออกกำลังกายที่มากจนเกินไปย่อมไม่ส่งผลดีต่อร่างกายของคุณอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นการแบ่งเวลาเพื่อพักผ่อนร่างกาย หากิจกรรมอย่าง active rest เบาๆ เช่น โยคะ พิลาทีส จ๊อกกิ้ง เพื่อให้ร่างกายได้พักแต่ในขณะเดียวกันยังคงพร้อมที่จะกลับไปฝึกทนักอยู่เสมอย่อมดีกว่าการใช้ร่างกายหนักและเกิดอาการเจ็บป่วยในที่สุด

 

ขอบคุณข้อมูลจาก: ToughMudder