พิลาทีส-cover
เรื่องราวน่ารู้

พิลาทีส กับ 8 สิ่งที่คุณต้องรู้ก่อนเข้าคลาสพิลาทีสที่ชื่นชอบ

พิลาทีส กับ 8 สิ่งที่คุณต้องรู้ก่อนเข้าคลาสพิลาทีสที่ชื่นชอบ

หลายๆ คนมีปัญหากับการเริ่มต้นออกกำลังกายในรูปแบบใหม่ๆ เหตุเพราะความไม่คุ้นชินและกังวลว่าจะทำได้ไม่ดี เช่นเดียวกับ พิลาทีส การออกกำลังกายที่หลายคนอาจเคยได้ยินเพียงชื่อแต่ไม่รู้ว่าการออกกำลังกายประเภทนี้คืออะไร? เหมือนกับโยคะหรือเปล่า? และการเล่นบนแมทและเครื่อง reformer นั้นแตกต่างกันอย่างไร? เราจะพามาไขข้อข้องใจและมีข้อแนะนำสำหรับผู้ที่เริ่มต้นเข้าคลาสพิลาทีสครั้งแรก ไปดูกันค่ะ

พิลาทีส-1

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากลองออกกำลังกายแบบพิลาทีส นี่คือโอกาสของคุณค่ะ เพราะพิลาทีสนั้นดีต่อร่างกายของคุณไม่ว่าคุณจะมีพื้นฐานการออกกำลังกายแบบใดมา เรียกได้ว่ายืนหนึ่งมาในสายดูแลร่างกายแบบองค์รวม ทั้งช่วยในเรื่องการทำงานของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว และการจัดระเบียบของร่างกาย

และไม่ว่าคุณจะชื่นชอบพิลาทีสบนแมทหรือเครื่อง reformer นั้นก็ให้ประโยชน์แก่คุณอย่างเท่าเทียมกัน จากการศึกษาในปี 2016 พบว่า หลังจาก 8 สัปดาห์ของการฝึกพิลาทีสผ่านพ้นไปจะช่วยพัฒนาความคงทนของกล้ามเนื้อหน้าท้อง ความยืดหยุ่น บาลานซ์  ฯลฯ

แล้ว พิลาทีส คืออะไร?

พิลาทีสคือรูปแบบหนึ่งของการออกกำลังกายแบบ low-impact เพื่อช่วยพัฒนาความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อ ในขณะเดียวกันก็เป็นการพัฒนาการจัดระเบียบของร่างกายและสร้างความยืดหยุ่นได้ในคราวเดียว โดยโฟกัสไปที่กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว ในขณะเดียวกันก็ไม่ลืมที่จะบริหารร่างกายในส่วนอื่นๆ เช่นกัน โดยคุณสามารถฝึกพิลาทีสโดยใช้อุปกรณ์เสริมหรือไม่ก็ได้ แต่สำคัญคือการเคลื่อนที่อย่างช้าและโฟกัสที่การเคลื่อนที่ของร่างกายและการควบคุมลมหายใจ ‘พิลาทีสเป็นการออกกำลังกายครบองค์ประกอบทั้งร่างกายและช่วยให้คุณทำกิจกรรมอื่นๆ ได้ดีขึ้น’ นี่คือคำยืนยันจากครูสอนพิลาทีส และการออกกำลังกายแบบพิลาทีสจะได้ผลที่สุดคือการฝึก 45 – 60 นาทีต่อครั้ง

8 เรื่องต้องรู้ก่อนเข้าคลาสพิลาทีส

1. พิลาทีสคลาสมี 2 รูปแบบ คือ Mat Class และ Reformer Class

หากคุณอยากลองฝึกพิลาทีส สิ่งแรกที่ต้องรู้นั่นก็คือมีคลาส 2 รูปแบบ นั่นคือ Mat Class คลาสพิลาทีสบนเสื่อที่มีความหนากว่าเสื่อโยคะเพื่อปกป้องคุณจากท่าทางต่างๆ ที่อาจจะต้องใช้บางส่วนของร่างมากกว่าปกติ และ Reformer Class กับเครื่อง Reformer ที่มีลักษณะเฉพาะ ทั้งตัวสไลด์ ที่วางเท้า สปริง ฯลฯ เลือกรูปแบบของพิลาทีสที่คุณชอบแล้วไปทดลองกัน

ทั้งสองรูปแบบนั้นเน้นที่การคอนโทรลร่างกายเป็นหลักโดยไม่ได้ออกกำลังอย่างหนักหน่วงจนกล้ามขึ้นหรือนับจำนวนครั้งมากมาย เพราะการทำงานของกล้ามเนื้อในพิลาทีสนั้นคือการต้านแรงโน้มถ่วงของโลกเพื่อความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ โดยเป้าหมายอยู่ที่เวลาที่ใช้ไปในการฝึก โฟกัสที่ท่าทางและลมหายใจ

ไม่ว่าคุณจะเลือกฝึกพิลาทีสในรูปแบบใด หากเป็นครั้งแรกควรแจ้งให้ครูผู้สอนทราบว่าคุณเป็นมือใหม่ เพื่อให้ผู้สอนได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบของท่าทางให้เหมาะสมกับคุณ

 

พิลาทีส-2

2. มีอุปกรณ์เสริมสำหรับการฝึกพิลาทีส 

สำหรับ Mat Class นั้นไม่มีอุปกรณ์เสริมสำหรับการฝึก แต่ใน Reformer Class คุณจะพบกับอุปกรณ์เสริมมากมายเพื่อโฟกัสไปที่การสรา้งความแข็งแรงของกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ของร่างกาย อย่างไรก็ตามหากคุณเป็นมือใหม่ การเข้าคลาส Reformer ควรเป็นคลาสไพรเวทที่ครูผู้สอนสามารถโฟกัสท่าทางของคุณกับอุปกรณ์ต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม

 

3. คุณจะรู้สึกถึงการเผาผลาญของกล้ามเนื้อจากภายใน และแน่นอนว่าจะรู้สึกปวดเมื่อกล้ามเนื้อในวันถัดไป

แม้ว่าจะไม่ได้ออกกำลังกายในท่าทางหนักๆ อย่างการ Squat Jump หรือการยกดัมเบลหนักๆ แต่ก็ทำให้คุณเหนื่อยได้ไม่ยากกับการฝึกพิลาทีส อาทิ การฝึกบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้อง แม้เพียงการขยับไม่กี่นิ้วก็ทำให้คุณรู้สึกเผาผลาญได้แล้ว อย่างไรก็ตามหากคุณเป็นมือใหม่ควรแจ้งครูผู้สอนเพื่อปรับรูปแบบของท่าทางให้คุณสามารถฝึกอย่างเห็นผลมากที่สุด

 

4. พิลาทีสเป็นการฝึกที่ดีต่อกล้ามเนื้อหลายๆ ส่วน

พิลาทีสไม่ใช่การฝึกแบบเฉพาะเจาะจงส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย แม้ดูเหมือนว่ารูปแบบการฝึกจะโฟกัสไปที่หน้าท้องเป็นหลัก แต่เมื่อใดที่ได้เริ่มฝึกแล้วสิ่งที่ได้รับนอกจากการฝึกหน้าท้องยังมีการฝึกสะโพก ต้นขาด้านนอกและด้านใน รวมไปถึงหลังอีกด้วย

 

5. ผู้ฝึกใหม่จะได้รับการฝึกจากชุดออกกำลังกายสำหรับผู้ฝึกเบื้องต้น

มีรูปแบบการฝึกของผู้ฝึกเบื้องต้น อาทิ

– Hundred ที่เป็นการฝึกลมหายใจและความแข็งแรงของหน้าท้องในเวลาเดียวกัน

– Roll Up ที่เป็นการยืดเหยียดกระดูกสันหลัง

– Legs Circle ที่เป็นการพัฒนาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อสะโพก

 

6. สวมใส่เสื้อผ้าที่พอดีและรัดกุม พร้อมสวมถุงเท้าพิลาทีส

แม้ว่าคุณจะชอบการสวมชุดออกกำลังกายหลวมๆ แต่การฝึกพิลาทีสจำเป็นต้องสวมชุดออกกำลังกายที่พอดีและรัดกุม ทั้งนี้เพื่อให้ผู้สอนมองเห็นท่าทางของคุณได้อย่างชัดเจนที่เคลอื่นไหวได้ถูกต้องหรือไม่ และเป็นการหลีกเลี่ยงหากเสื้อผ้าไปเกี่ยวกับเครื่อง Reformer ดังนั้นการสวมเลกกิ้งทั้งแบบยาวหรือแบบ 5 ส่วน กับสปอร์ตบรา หรือเสื้อออกกำลังกายแนบลำตัวจึงเหมาะสมสำหรับการฝึก

เช่นเดียวกับถุงเท้าที่ควรสวมใส่เมื่อออกกำลังกายบนแมทหรือเครื่องรีฟอร์มเมอร์ โดยถุงเท้าพิลาทีสจะมีแผ่นยางส่วนพื้นถุงเท้าเพื่อไม่ให้เกิดการสะดุดเมื่ออยู่บนแมทหรือบนเครื่อง และยังมีผลดีต่อการฝึก เช่นขณะที่คุณนำเท้าเข้าและออกจากอุปกรณ์ เป็นต้น

 

7. ในระหว่างฝึกจะมีคำเฉพาะที่คุณควรเรียนรู้

ไม่ว่าจะเป็นการฝึกการออกกำลังกายแบบใดก็ตาม มักจะมีคำศัพท์หรือวลีเฉพาะสำหรับการฝึกแต่ละรูปแบบ ดังนั้น ในการฝึกแต่ละครั้งคุณควรตั้งใจฟังคำพูดจากครูผู้สอนและทำตาม หากไม่มั่นใจเรื่องท่าทางการแจ้งว่าเป็นมือใหม่และเลือกตำแหน่งการเรียนบริเวณกลางห้องจะเป็นทางออกที่ดี เพื่อให้การมองเห็นท่าทางจากครูผู้สอนชัดขึ้น และครูสามารถเห็นคุณได้ชัดเจนกว่าการฝึกบริเวณอื่นๆ

 

8. วางแพลนการฝึกให้เหมาะสม

แม้ว่าคุณจะได้รับฟรีคลาสในสัปดาห์แรกของการฝึก แต่ควรแบ่งเวลาสำหรับการพักร่างกายด้วยเช่นกัน เพราะการฝึกครั้งแรกมักมาพร้อมความปวดเมื่อยของร่างกาย

 

การออกกำลังกายแบบพิลาทีสนั้นให้ประโยชน์กับทุกส่วนของร่างกาย ทั้งยืดเหยียด สร้างความแข็งแรงและการจัดองค์ประกอบของร่างกายที่ดี จึงเหมาะกับการนำไปเป็นการฝึกแบบประจำของคุณร่วมกับการออกกำลังกายประเภทอื่นๆ เพราะคุณจะวิ่งได้เร็วขึ้น ยกน้ำหนักได้มากขึ้น ด้วยองค์ประกอบร่างกายที่เยี่ยมยอด ลองฝึกพิลาทีสกันดูนะคะ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก: SELF