รองเท้าวิ่ง-cover
รีวิวรองเท้ากีฬา

รองเท้าวิ่ง 5 คู่เด็ด จากแบรนด์ชั้นนำ ที่ต้องมีพ.ศ. นี้เท่านั้น!

เลยกลางปีแล้วไง?! เพราะเรื่องวิ่ง พรอพต้องแน่น พอๆ กับ Pace เริ่ดๆ ชวนมาส่อง รองเท้าวิ่ง 5 คู่เด็ด จากแบรนด์ชั้นนำที่ต้องมีพ.ศ. นี้

ว่าด้วยเรื่องของกิจกรรมออกกำลังกายที่ได้รับความนิยมลำดับต้นๆ คงหนีไม่พ้น การวิ่ง การออกกำลังกายที่ง่าย ไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์มากมาย แถมยังสามารถทำได้ทุกที่แบบไม่จำเป็นต้องพึ่งยิม และส่วนสำคัญของการวิ่งคืออุปกรณ์ดีๆ ที่นักวิ่งต่างเทใจให้นั่นคือ รองเท้าวิ่ง วันนี้เราขออัพเดตรองเท้าวิ่ง 5 คู่เด็ด จาก 5 แบรนด์ดัง ที่ควรค่าแก่การครอบครองพ.ศ. นี้กันค่ะ

รองเท้าวิ่ง-1

แผ่นรองกันกระแทกที่พื้นรองเท้าสำคัญแค่ไหน?

นักวิ่งหลายๆ คนห่วงเรื่องน้ำหนักของพื้นรองเท้าเป็นอย่างมาก แต่มักใช้รองเท้าที่มีน้ำหนักมากหรือมีพื้นรองรับแรงกระแทกที่หนาไปกับการออกกำลังกายแบบแอโรบิก ซึ่งที่จริงแล้วรองเท้าที่มีน้ำหนักเบานั้นจะทำให้การวิ่งของคุณนั้นไวขึ้น หากคุณต้องการวิ่งในระยะไกล ตัวเลือกของรองเท้าที่มีน้ำหนักเบานั้นน่าจะเป็นตัวเลือกแรกที่คุณนึกถึง แต่อย่างไรก็ตามแผ่นรองรับแรงกระแทกก็ยังสำคัญอยู่ในเชิงการรับน้ำหนักและแรงกระแทกอันเกิดจากการวิ่ง ดังนั้นการเลือกซื้อรองเท้าครั้งต่อไป ลองชั่งน้ำหนักระหว่างเป้าหมายหลักในการวิ่งของคุณกับตัวเลือกของรองเท้าวิ่งที่คุณมี จะทำให้ได้รองเท้าที่ตรงจุดประสงค์การใช้งานมากที่สุด และนี่จึงเป็นเหตุที่นักวิ่งขาประจำทั้งหลายไม่ควรมีรองเท้าวิ่งเพียงคู่เดียว

Fitness Gate จะพาคุณไปรู้จักกับสุดยอดรองเท้าสำหรับวิ่งบนพื้นเรียบ ที่ได้รับความนิยมในพ.ศ. คัดมาเฉพาะแบรนด์ดังที่เห็นแล้วต้องอยากครอบครอง

 

Skechers GOrun Razor 3 Hyper

รองเท้าวิ่ง-Razor-3

รุ่น Razor 3 นี้อาจจะแตกต่างจากรองเท้ารุ่นๆ อื่นๆ ที่มีการเปลี่ยนรุ่นทุกๆ 12 เดือน เหตุเพราะการได้รับความนิยมจากรุ่นก่อน และรุ่นล่าสุดนี้ก็ไม่ทำให้นักวิ่งผิดหวังกับเทคโนโลยี HtperBurst บริเวณแผ่นรองรับอุ้งเท้าที่ทำให้การวิ่งนั้นเร็วมากยิ่งขึ้น ด้วยโฟมแบบ EVA ที่แตกต่างจากรองเท้าทั่วไปตรงที่การฉีดอัดบล็อคด้วยคาร์บอนไดออกไซด์ ที่ทำให้ตัวโฟมนั้นเบาว่าการฉีดอัดด้วยแรงลมธรรมดา ทำให้เมื่อทดสอบวิ่งแล้ว Razor 3 ไปได้เร็วและแรงแถมยังปกป้องจากพื้นถนนไปในตัวด้วยความบาง ระบายอากาศได้ดีแต่ยังกระชับ

ราคา: 130$ 

ข้อดี: 

– น้ำหนักเบาและมีวัสดุระบายอากาศ

– เทคโนโลยีแบบ HyperBurst บริเวณแผ่นรองรับอุ้งเท้า ทำให้เพิ่มแรงสปีดได้ดียิ่งขึ้น

ข้อด้อย: 

– รู้สึกพอดีเท้ามากเกินไป

 

Nike ZoomX Vaporfly Next%

รองเท้าวิ่ง-2

รองเท้าวิ่ง Nike อีกรุ่นที่ได้รับความนิยมทุกซีรี่ส์ แม้จะต้องต่อสู้กับราคาที่สูงไปสักหน่อย แต่ถ้าโนสนโนแคร์เรื่องราคา ขอให้มองรุ่นไว้ค่ะ เพราะนอกจากจะเป็นรองเท้าที่ทำลายสถิติการวิ่งไปเมื่อปีก่อน ด้วยเทคโนโลยี ZoomX จากแผ่นคาร์บอนไฟเบอร์ประกบสองชั้น ที่การันตีว่าคุณจะวิ่งได้ไว อีกทั้งรุ่น Next% ยังช่วยให้คุณวิ่งได้เร็วกว่ารุ่น Vaporfly 4 ถึง 15% อีกทั้งแผ่นรอง Pebax น้ำหนักเบาที่ช่วยเพิ่มพลังให้กับการวิ่งได้ไกลขึ้นแม้งานแข่งมาราธอนก็ไม่หวั่น บวกกับ Vaporweave เทคโนโลยีการถักทอด้วยพลาสติดพอลิเมอร์และไนล่อน ที่ทำให้ไม่ดูดซับน้ำแม้ต้องแข่งในงานมาราธอนกลางฝนตกหนัก! ด้วยเหตุผลเหล่านี้คงเพียงพอสำหรับสายจัดหนักที่จะยอมลงทุนกับรองเท้าเทพๆ คู่นี้แล้ว

ราคา: 250$

ข้อดี:

– เพิ่มแรงฉุดได้ดีกว่า Vaporfly 4%

– เทคโนโลยี ZoomX พื้นตรงกลางด้านในนั้นทำให้เพิ่มแรงกระโดดได้ถึง 15%

ข้อด้อย: 

– ราคาแพง

 

Hoka One One Rincon 2

Hoka

รองเท้าวิ่ง Hoka รุ่นนี้เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่คุณสมบัติแทบจะครอบจักรวาล สำหรับสาวก Hoka คงคุ้นเคยกับแผ่นรอง EVA หนาๆ แต่น้ำหนักเบาหวิว เช่นเดียวกับโมเดลนี้ที่มาพร้อมแพคเก็จที่ช่วยให้วิ่งได้ไวขึ้น แต่ส่วนหน้าเท้าที่เรียวอาจจะไม่ถูกใจนักวิ่งหน้าเท้ากว้างเท่าไหร่นัก การได้ลองสวมน่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดค่ะ

ราคา: 115$

ข้อดี:

– น้ำหนักเบาแม้จะมีพื้นรองเท้าที่หนา

– รองรับการวิ่งได้ในหลายๆ รูปแบบ ทั้งการใช้ความเร็วและการวิ่งผ่านอุปสรรค

ข้อด้อย: 

– รูปทรงเรียว อาจไม่เหมาะกับนักวิ่งหน้าเท้ากว้าง

 

Reebok Floatride Run Fast 2

Reebok

ด้วยวัสดุ Pebax เช่นเดียวกับ Vaporfly Next% ทำให้ Reebok รุ่นนี้เบาและมีแรงส่งที่ดีเมื่อลงสู่สนามวิ่ง แต่ทั้ง Pebax และวัสดุด้านนอกก็ทำให้น้ำหนักของรุ่นนี้มากกว่ารุ่นก่อน คงไม่เหมาะนักสำหรับนักวิ่งที่ชื่นชอบความเบาสบายเท้า

ราคา: 140$

ข้อดี:

– กระชับ, เบา และเพิ่มแรงกระโดดได้ดี

– พื้นรองเท้าเพิ่มพลังส่งเมื่อวิ่งได้ดี

– แผ่นยางด้านนอกที่มีความทนทาน ไม่ลื่น

ข้อด้อย: 

– หนักว่ารุ่น Original

 

Brooks Ghost 12

Brooks

Brooks ซีรี่ส์นี้ได้รับการยอมรับจากนักวิ่งมากมายว่าเหมาะกับทุกเลเวล คีย์หลักคือโฟมของพื้นรองเท้าที่ช่วยซัพพอร์ตและไม่นุ่มจนเกินไปนัก ทั้ง DNA Loft บริเวณส้นรองเท้าที่ช่วยให้แลนด์ดิ้งลงพื้นได้ดี BioMoGo DNA ใต้นิ้วเท้าที่ช่วยให้สปริงตัวได้ดีขึ้นไปอีก แถมส่วนของผ้าด้านบนที่ช่วยระบายอากาศได้ดี น่าจะช่วยให้ Brooks Ghost กลายเป็น Everyday Running Shoes ของนักวิ่งหลายๆ คนได้ไม่ยากเลย

ราคา: 126.94$

ข้อดี:

– เทคโนโลยี DNA ในพื้นรองเท้าด้านในที่ยังคงเหมือนรุ่นเก่า

– เทคโนโลยี 3D Print ทำให้รองเท้ามีช่องระบายอากาศที่ดี

ข้อด้อย: 

– ไม่เหมาะกับการวิ่งที่ใช้ความเร็ว

 

นี่เป็นเพียงรีวิว รองเท้าวิ่ง เพียงส่วนเดียวที่ได้รับการยอมรับจากนักวิ่งมืออาชีพ แต่แค่ 5 ลิสต์ด้านบนก็พอจะตอบโจทย์ให้กับนักวิ่งหลายๆ คนแล้วใช่ไหมล่ะค่ะ แต่ถ้าช่วงหน้าฝนแบบนี้ยังออกไปวิ่งข้างนอกไม่ได้ ลองวิ่งบนลู่วิ่งที่บ้านซ้อมไปพลางๆ ก่อน ก็จะช่วยรักษาความฟิตให้กับคุณได้ค่ะ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก:RunnersWorld