เทคนิคออกกำลังกาย-cover
เรื่องราวน่ารู้

เทคนิคออกกำลังกาย กับ 4 ความเชื่อผิดๆ ที่ไม่ควรมองข้าม

เทคนิคออกกำลังกาย นับเป็นปัจจัยสำคัญลำดับต้นๆ ที่คนรักสุขภาพให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก แต่รู้หรือไม่ว่ามีความเชื่อผิดๆ ที่คนรักการออกกำลังกายไม่ควรมองข้าม

เทคนิคออกกำลังกาย เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้คุณห่างไกลจากโรคภัย และยังสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีสุขทั้งกายและใจ แต่ถึงแม้จะมีเทคนิคมากมายที่ถูกกล่าวถึงในวงกว้าง และล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องสำคัญทั้งสิ้น แต่อย่างไรก็ตามยังมีความเข้าใจผิดๆ ในเรื่องการออกกำลังกายที่หลายคนยังมองข้าม

Fitness Gate จะพาคุณมาทำความเข้าใจกับเทคนิคต่างๆ ที่คุณอาจเข้าใจผิดไป มาลองปรับความคิดใหม่กับดูค่ะ

1. การยืดเหยียดก่อนการออกกำลังกาย

การยืดเหยียดร่างกายก่อนการออกกำลังกายนั้นดูจะเป็นเรื่องปกติที่หลายคนคุ้นเคยตั้งแต่สมัยเรียนวิชาพละศึกษา มาดูกันว่าการยืดเหยียดที่คุณรู้จักมีท่าทางเหล่านี้หรือไม่

-การยืดเหยียดขา

-การยืดเหยีดลำตัว

-การหมุนแขน การหมุนหัวไหล่

ท่วงท่าเหล่านี้เพื่อพร้อมก่อนการเรียน แต่รู้หรือไม่ว่าทั้งหมดนั้นไม่ใช่การวอร์มร่างกายที่ถูกต้องอีกทั้งยังเสี่ยงต่อการทำร้ายกล้ามเนื้อที่ยังไม่ได้ทำงาน อยากให้คุณลองนึกภาพตามง่ายๆ เช่นเมื่อคุณสตาร์จรถยนต์ที่จอดทิ้งไว้นานๆ แล้วขับออกไปโดยไม่ได้สตาร์จเครื่องรอ อาจทำให้เครื่องยนต์ชำรุดได้ เช่นเดียวกับร่างกายที่ไม่ได้วอล์มอย่างถูกต้อง ก่อนการออกกำลังกายแบบแอโรบิก ลองเลือกการวอล์มแบบไดนามิคด้วยการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างเบาๆ ให้กล้ามเนื้อได้ทำงานและตื่นตัว อาทิ การใช้เครื่อง Rawer Machine สัก 5 นาทีก่อนออกกำลังกาย หรืองหากคุณไม่มีอุปกรณ์ ง่ายๆ เพียงกระโดดตบสัก 1 นาที หรือวิ่งอยู่กับที่ ก็เป็นการวอล์มร่างกายง่ายๆ ให้พร้อมกับการออกกำลังกายที่คุณชอบโดยไม่ได้รับบาดเจ็บ

อีกเทคนิคที่หลายคนมองข้ามในเรื่องการยืดเหยียดร่างกายนั่นก็คือ นำท่วงท่าวอล์มอัพและยืดเหยียดร่างกายมารวมเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ผิด เพราะก่อนที่จะออกกำลังกายนั้น ร่างกายต้องการอุ่นเครื่องให้ร้อนเพื่อรับการฝึกที่กำลังจะเกิดขึ้น ดังนั้น คุณควรเลือกท่วงท่าในการวอล์มร่างกายที่ถูกต้อง และเก็บท่ายืดเหยียดไว้ใช้เมื่อออกกำลังกายเสร็จสิ้นแล้วจะเป็นผลดีต่อการออกกำลังกายครั้งนั้นๆ ของคุณมากที่สุด

 

เทคนิคออกกำลังกาย-2

 

2. ออกกำลังกายให้ได้มากครั้งที่สุดในหนึ่งสัปดาห์

ฟังดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ดีหากคุณตั้งใจออกกำลังกายหลายๆ วันในหนึ่งสัปดาห์ แต่รู้หรือไม่ว่า การออกกำลังกายหนักๆ ที่มากเกินลิมิตของร่างกายนั้นอาจนำมาซึ่งอาการบาดเจ็บทั้งร่างกายและมีผลกระทบถึงจิตใจได้ในเวลาเดียวกัน เพราะร่างกายต้องการเยียวยาและพัก

ฟื้น เช่นเดียวกับกล้ามเนื้อที่เราใช้งานอย่างหนักย่อมมีวันที่ต้องการการพักผ่อนที่เหมาะสมเช่นกัน เพราะฉะนั้นอย่ามองข้ามเรื่องของการพักผ่อน นอนหลับ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เพื่อฟื้นฟู ลองเปลี่ยนความคิดที่จะต้องไปยิมทุกวัน เป็นการตั้งเป้าหมาย 2-4 วันต่อสัปดาห์ในการออกกำลังกาย และใช้เวลาที่เหลือเพื่อฟื้นฟูร่างกายและพักผ่อน บวกกับการสร้างนิสัยส่วนตัวให้รู้สึกแอคทีฟทั้งวัน เท่านี้คุณก็จะรู้สึกสนุกกับการออกกำลังกายด้วยใจที่เป็นสุขมากขึ้นแล้ว

หากคุณยังรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ยากเกิดความสามารถ ลองหันมาใช้แอพพลิเคชั่นสำหรับจัดการกับเวลาในการใช้ชีวิตของคุณใน 1 สัปดาห์ดูไหมคะ เพราะเดี๋ยวนี้มีแอพลิเคชั่นมากมายที่จะช่วยให้คุณจัดตารางเวลาชีวิตได้ดียิ่งขึ้น เลือกแอพฯ ที่คุณถูกใจและเหมาะกับไลฟ์สไตล์มากที่สุด เชื่อแน่ว่าคุณจะมีความสุขกับการออกกำลังกายและการใช้ชีวิตมากขึ้นกว่าเดิมแน่นอน

3. ออกกำลังกายช่วงเช้าดีกว่าออกกำลังกายช่วงเย็น

ยังไม่มีการศึกษาที่มากพอจะยืนยันได้ว่าการออกกำลังกายช่วงไหนดีกว่ากัน เพราะด้วยไลฟ์สไตล์การออกกำลังกายของแต่ละคนที่แตกต่างกันออกไป หากคุณเป็นคนที่ตื่นเช้าและคิดว่าการไปยิมในช่วงเช้าจะทำให้คุณมีพละกำลังในการทำงานได้ทั้งวัน จงเลือกการออกกำลังกายช่วงเช้า หรือหากคุณยุ่งทั้งวันและมีเวลาออกกำลังกายเพียงช่วงพักเที่ยง การออกกำลังกายช่วงกลางวันก็ถือว่าไม่เลว และแม้ในบางคนที่ชอบออกกำลังกายในช่วงเย็นถึงค่ำเพื่อขจัดความเครียดระหว่างวันไปกับ การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ก็ล้วนแล้วแต่เป็นทางเลือกที่เป็นประโยชน์ทั้งนั้น เพราะฉะนั้นควรเลือกออกกำลังกายให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณที่สุด และที่สำคัญคือความสม่ำเสมอ เพื่อคงประสิทธิภาพการทำงานของร่างกายและจิตใจและเพื่อประโยชน์สูงสุดของสุขภาพร่างกายของคุณในระยะยาวอีกด้วย

มีทิปส์ง่ายๆ สำหรับคนที่เลือกแล้วว่าอยากจะออกกำลังกายช่วงใดมาฝากค่ะ หากคุณเป็นคนชอบตื่นเช้า และการออกกำลังกายช่วงเช้าคือสิ่งที่คุณมองหามากที่สุด ลองกำหนดเวลาตื่นนอนของคุณให้เป็นนิสัยดูไหมคะ เช่น คุณมีคลาสออกกำลังกายช่วงเช้า 7:00 ของทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์ ก่อนนอนเตรียมอาหารเช้าง่ายๆ ก่อนไปออกกำลังกายดูค่ะ เช่น กล้วยสุก และนมสดสัก 1 แก้ว เพื่อเรียกพละกำลังก่อนคลาสเช้าก็ดูไม่เลวเลยทีเดียว หรือคุณเป็นคนที่มีงานยุ่งทั้งวัน และการออกกำลังกายช่วงเย็นนั้นตอบโจทย์มากที่สุด ก่อนเข้าคลาสช่วงเย็น ลองหยิบ ไข่ต้ม กราโนล่า หรืออีเนอจี้บาร์ มารับประทานเป็นอาหารรองท้องดูค่ะ อาจจะช่วยทำให้ชีวิตของคุณดูง่ายขึ้นอีกเยอะ และอย่าลืมนะคะว่า ไม่ว่าคุณจะเลือกออกำลังกายในช่วงไหนก็ตาม การพักผ่อนให้เพียงพอและรับประทานอาหารที่มีประโยชน์คือสิ่งจำเป็นที่สุดในการไปให้ถึงเป้าหมายของการออกกำลังกายที่คุณใฝ่ฝันค่ะ

เทคนิคออกกำลังกาย-3

4.การออกกำลังกายยกน้ำหนัก ทำให้ผู้หญิงตัวใหญ่เทอะทะ

แม้เรื่องนี้จะเป็นความเชื่อเกี่ยวกับการออกกำลังกายที่ค่อยๆ เลือนหาย แต่ยังมีสาวๆ นักออกกำลังกายหลายๆ คนที่ยังกลัวกับการยกเวทหนักๆ เพราะคิดว่าจะตัวใหญ่เหมือนชายหนุ่มหรือนักยกน้ำหนักสาวที่เราเคยเห็นในการแข่งขันยกน้ำหนักระดับโลก แต่แท้ที่จริงแล้วมีโอกาสน้อยมากค่ะที่ร่างกายของผู้หญิงจะมีขนาดใหญ่หากไม่ใช่ผู้ชายที่มีฮอร์โมนเทสโทส

เทอโรน หรือนักแข่งขันที่มีการรับประทานเสตียร์รอยด์ร่วมด้วย และได้รับการเทรนนิ่งที่การออกกำลังกายโดยทั่วไปไม่สามารถทำได้ อย่างไรก็ตามการออกกำลังกายที่ใช้นำหนักอย่างการยกเวทนั้นเป็นการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เพื่อให้ร่างกายเพิ่มอัตราการเผาผลาญไขมัน อีกทั้งยังเพิ่มการเผาผลาญแคลลอรี่ให้มากยิ่งขึ้นหลังการออกกำลังกายอีกด้วย

 

ยังมีความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการออกกำลังกายมากมายที่ถูกพูดถึงอยู่เสมอ ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นวิธีการออกกำลังกาย แบบใดก็ตามขึ้นอยู่กับว่าคุณเข้าใจในการออกกำลังกายรูปแบบนั้นๆ มากน้อยเพียงใด และควรหาบาลานซ์ที่เหมาะสมกับการออกกำลังกายของคุณเพื่อให้ไปถึงเป้าหมายการออกกำลังกายที่คุณใฝ่ฝันทั้งกายและใจอย่างแท้จริง ขอให้มีความสุขกับการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ที่ดีของคุณค่ะ